เทคนิคการทำความสะอาดสุนัขให้ถูกวิธี ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี

เมื่อเรานำสุนัขสักตัวมาเลี้ยง แน่นอนว่าต้องเกิดจากความรักความชอบ แล้วจึงนำมาเลี้ยง หรือบางคนอาจจะต้องการเพื่อคลายเหงา รวมทั้งสุนัขอาจจะเป็นสมาชิกครอบครัวของเราด้วย ดังนั้นเมื่อเลี้ยงเขาแล้ว ก็ต้องดูแลเขาให้ดีในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร การให้ความรัก และเรื่องของความสะอาด ซึ่งความสะอาดก็รวมไปถึงบริเวณที่พักของสุนัข และสุขภาพหรือสุขอนามัยที่ดีของสุนัขด้วย โดยการทำความสะอาดสุนัขหรือการอาบน้ำให้สุนัขนั้น ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากเลย แต่ก็ต้องมีการทำความสะอาดให้ถูกวิธีด้วย บทความของเราในวันนี้จึงได้นำ เทคนิคการทำความสะอาดสุนัขให้ถูกวิธี ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี มาฝากผู้เลี้ยงสุนัขทุกๆ คน ส่วนจะมีเทคนิคอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

เทคนิคการทำความสะอาดสุนัขให้ถูกวิธี ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี

สำหรับการนำสัตว์มาเลี้ยง อย่างสุนัข เจ้าของก็ควรที่จะมีการทำความสะอาดให้สัตวือยุ่เสมอ เพื่อเป้นการป้องกันการสะสมของเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้สัตว์เลี้ยงของเราเป็นโรคได้ ซึ่งก็อาจจะส่งผลเสียมาถึงตัวผู้เลี้ยงทำให้ได้รับเชื้อโรคเหล่านั้นไปด้วย โดยสามารถดูได้จาก 4 โรคร้ายติดต่อจากสัตว์เลี้ยงสู่คนที่ควรระวัง ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลเรื่องความสะอาดของสุนัขให้ถูกวิธี ซึ่งมีดังนี้

การอาบน้ำสุนัข

1. ใช้น้ำอุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งสุนัขมีความรู้สึกไวต่ออากาศ ฉะนั้นควรเลือกอาบน้ำอุ่น โดยน้ำเย็นอาจทำให้สุนัขหนาวสั่นได้ และอันตรายสำหรับลูกสุนัข หากคุณอาบน้ำให้ในอ่างล้างหน้า หรืออ่างอาบน้ำ ควรเติมน้ำอุ่นสูงประมาณเข่าสุนัข

2. ทำให้ตัวเปียกน้ำ สำหรับการราดน้ำให้สุนัขนั้น ไม่ควรราดน้ำลงบนหัวสุนัข หรือบริเวณใบหน้า เพราะจะทำให้น้ำเข้าหู หรือระคายเคืองดวงตา ซึ่งวิธีที่ถูกต้อง คือ ชโลมน้ำให้เปียกชุ่มตั้งแต่คอลงไปก่อน อาจต้องใช้เวลาสักพัก สำหรับสุนัขที่มีขนหนาเป็นพิเศษ

3. การชโลมแชมพู ควรผสมแชมพูกับน้ำในถ้วยแยกก่อน โดยเฉพาะกับสุนัขขนยาว เพื่อจะทำให้เกิดฟองที่ขนได้ทั่วถึง และให้นวดแชมพูไปตามทิศทางเดียวกัน จะช่วยป้องกันไม่ให้ขนยุ่งพันกัน แต่สำหรับสุนัขขนสั้นสามารถเทแชมพูลงที่ตัวได้ แต่ควรเทปริมาณเล็กน้อย จากนั้นนวดแชมพูให้ทั่ว จนซึมซาบเข้าสู่ขน ฟอกให้เกิดฟองขึ้นมาตามรักแร้ หน้าท้อง หาง ขาหนีบ และฝ่าเท้า

4. การทำความสะอาดส่วนใบหน้า สำหรับใบหน้าสุนัขให้ใช้ผ้าเช็ดตัวบิดน้ำหมาดๆ เช็ดฝุ่นผงออก ซึ่งไม่ควรใช้ผ้าเปียกทำความสะอาดข้างในหูของสุนัข เพราะอาจทำให้อับชื้นและติดเชื้อได้

การอาบน้ำสุนัข

5. ล้างตัว เมื่อนวดแชมพูจนคิดว่าสะอาดแล้ว ก็ต้องล้างตัวสุนัขให้สะอาด และต้องแน่ใจว่าไม่มีแชมพูตกค้างบนตัวสุนัข เพราะถ้ายังมีแชมพูตกค้าง จะทำให้ระคายเคืองต่อผิวหนังได้

6. เช็ดตัวให้แห้ง เมื่ออาบน้ำให้สุนัขเสร็จแล้วก็ควรที่จะเช็ดตัวให้แห้งด้วย โดยการหาผ้าเช็ดตัวที่เนื้อเบาซึมซับน้ำได้ดี ซึ่งวิธีการเช็ดตัวสุนัขนั้นให้ใช้ผ้าเช็ดตัวคลุมหลังเขาไว้ แล้วค่อยๆ ซับให้แห้ง ไม่ควรถูขึ้นลง เพราะอาจทำให้ขนพันกันได้ และด้วยสัญชาตญาณของสุนัข จะสลัดตัวเองให้แห้ง เราก็อาจใช้ไดร์เป่าผมเข้าช่วยเพื่อให้ขนแห้งเร็วขึ้น แต่ควรตั้งความร้อนระดับต่ำสุดหรือใช้ความเย็น และไม่หันช่องทางลมไปทางใบหน้าสุนัข เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวโดนความร้อนมากเกินไป

การแปรงฟันให้สุนัข

1. ให้สุนัขเลียยาสีฟันจากนิ้วมือ สำหรับการเริ่มแปรงฟันให้กับสุนัข ต้องให้สุนัขเลียยาสีฟันจากนิ้วมือคุณ เพื่อช่วยให้เขาคุ้นเคยกับรสชาติ หลังจากนั้นยกริมฝีปากสุนัขขึ้น ใช้นิ้วถูไปตามฟันและเหงือก ตามจังหวะแปรงสีฟันปกติ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เปลี่ยนไปใช้แปรงสีฟันกับสุนัขได้ง่ายขึ้น

2. แปรงฟันเพียงบางส่วนก่อน โดยให้แปรงฟันส่วนที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดก่อน จะใช้ยาสีฟัน หรือไม่ใช้ก็ได้ เริ่มจากค่อยๆ วางแปรงสีฟันลงที่ฟัน จากนั้นแปรงไปข้างหน้า และถอยหลังช้าๆ

การแปรงฟันให้สุนัข

3. แปรงฟันด้านนอก สำหรับการแปรงฟันด้านนอกนั้น สามารถทำได้เมื่อสุนัขเริ่มคุ้นเคยกับยาสันและแปรงสีฟันแล้ว โดยค่อยๆ แปรงไปตามพื้นที่ด้านนอกทั้งฟันบนและฟันล่างจนครบทุกซี่ ครั้งละประมาณ 2-3 นาที อาจต้องทำสัก 2-3 ครั้งเพื่อให้คุ้นชิน

4. แปรงฟันด้านใน เมื่อสุนัขสามารถแปรงฟันด้านนอกทั้งหมดได้แล้ว ก็ลองเปลี่ยนมาแปรงฟันด้านในเมื่อสุนัขอ้าปาก ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากแปรงบริเวณเล็กๆ บางส่วนก่อน แล้วขยับไปแปรงพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น

ทั้งหมดนี้คือ เทคนิคการทำความสะอาดสุนัขให้ถูกวิธี ซึ่งหากคุณทำความสะอาดได้อย่างถูกต้องแล้ว ก็จะช่วยทำให้สุนัขของคุณมีสุขภาพอนามัยที่ดีขึ้นด้วย โดยการอาบน้ำและแปรงฟันนี้ก็ควรทำให้เป็นกิจวัตร เพื่อให้เขาได้คุ้ยเคย และสำหรับครั้งต่อไปก็จะสามารถอาบน้ำให้สุนัขได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

นอกจากนี้ การทำความสะอาดให้กับสัตว์เลี้ยงของเราถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ แต่การที่เรานำสัตว์มาเลี้ยงเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องการเข้าใจพฤติกรรมต่าง ๆ ที่สุนัขต้องการจะสื่อมาให้เรานั่นเอง โดยผู้เลี้ยงสามารถศึกษาและ ทำความเข้าใจกับพฤติกรรมสุนัข ได้ เพื่อให้สุนัขรับรู้ถึงการเอาใจใส่ของเจ้าเลี้ยง